กีต้าร์ โปร่งไฟฟ้า

กีต้าร์ โปร่งไฟฟ้า เป็นเครื่องดนตรีที่หลายๆ คนมองหาเมื่อเริ่มคุ้นเคยกับการเล่นกีตาร์โปร่งแล้ว หรืออีกทางหนึ่ง ผู้เล่นอาจเลือกเป็นกีตาร์ตัวแรกเพื่อให้คุ้นเคยกับการเล่นกีตาร์อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามระดับของผู้เล่นไม่สำคัญ คุณควรเลือกกีต้าร์โปร่ง/ไฟฟ้าที่เหมาะสมกับระดับการเล่นของคุณเป็นหลัก มีคุณสมบัติหลายประการที่คุณควรตรวจสอบก่อนซื้อเพื่อให้เล่นง่ายและให้เสียงที่ไพเราะ

ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกกีต้าร์โปร่งไฟฟ้า โดยแบ่งออกเป็นระดับเริ่มต้น ระดับกลาง ระดับมืออาชีพ และระดับผู้เล่น แต่ละกลุ่มมีลักษณะที่แตกต่างกันที่ควรทราบ ตั้งแต่สายและปิ๊กอัพที่จำเป็นต่อการเล่นกีต้าร์โปร่งไฟฟ้าไปจนถึงพื้นฐาน เช่น รูปทรง ขนาด และวัสดุ นอกจากนี้คุณยังจะได้รับคำแนะนำจากนักกีตาร์มืออาชีพและครูสอนกีตาร์ที่มีประสบการณ์ยาวนานในสาขาต่างๆ รวมถึงกีตาร์ไฟฟ้า-อะคูสติก 5 อันดับแรก สุดท้ายนี้เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อของคุณ

กีต้าร์ โปร่งไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี รุ่นแนะนำ มือใหม่เล่นได้

1.รุ่น BLUE LAVA Touch with AirFlow Bag

ดีไซน์มินิมอล หน้าจอทัชสกรีนได้ เชื่อมต่อ Wifi และ Bluetooth
กีตาร์โปร่งไฟฟ้าตัวนี้ ไม่ได้มีดีแค่ดีไซน์แปลกใหม่เรียบง่ายมินิมอลเท่านั้นค่ะ เพราะยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้ได้ใช้งานกันด้วย ทั้งตัวหน้าจอทัชสกรีนที่สามารถทำการตั้งค่าหรือเลือกใช้งานเอฟเฟคต่าง ๆ ได้แค่ปลายนิ้ว และยังเชื่อมต่อการทำงานได้อย่างสะดวกง่ายดายผ่านระบบ Wifi และ Bluetooth ด้านวัสดุก็คุณภาพดีไม่แพ้กัน โดยใช้เป็น High Pressure Laminate ทั้งด้านหน้าด้านหลัง จึงมีความแข็งแรงทนทาน มีให้เลือกทั้งโทนสีสดใสและโทนสีเข้มเลยค่ะ

19,900 บาท

2.รุ่น CD-60SCE

ด้วยประสบการณ์อันยาวนานกว่า 75 ปี ทำให้ Fender เป็นแบรนด์เครื่องดนตรีคุณภาพดีระดับต้น ๆ ของโลก โดยกีตาร์โปร่งไฟฟ้าที่เราเลือกมานำเสนอรุ่นนี้สามารถนำไปใช้ได้ทุกโอกาส ไม่ว่าจะนำไปเล่นในงานสังสรรค์ นำไปออกทริป หรือนำไปเล่นมินิคอนเสิร์ต เพราะไม้ที่ใช้เป็นไม้คุณภาพดีที่ให้เสียงหวานละมุนและดังกังวาน ประกอบกับสายกีตาร์ที่ทำจากวัสดุทองแดงอย่างดี รวมทั้งระบบขยายเสียงจากแบรนด์ Fishman ดังนั้นคุณจึงมั่นใจได้เลยค่ะว่าเสียงของกีตาร์ที่ออกมาจะมีคุณภาพโดดเด่นไม่เหมือนใคร

10,500 บาท

3.รุ่น FGX800C

กีตาร์โปร่งไฟฟ้าของแบรนด์ YAMAHA รุ่น FGX800C เป็นอีกรุ่นที่นักดนตรีหลายคนแนะนำ เพราะด้านหน้าทำจากไม้ Solid ที่สามารถพัฒนาคุณภาพของเสียงให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาการเล่น และด้านหลังทำจากไม้ Laminate 3 ชั้น ซึ่งช่วยให้ตัวกีตาร์มีความทนทานมากขึ้น รวมทั้งภายในกีตาร์ยังติดตั้งระบบต่าง ๆ ที่ออกแบบโดย YAMAHA โดยเฉพาะ ประกอบกับดีไซน์แบบดั้งเดิมที่จะทำให้กีตาร์รุ่นนี้ดูคลาสสิกแต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพเสียงที่ทันสมัย

14,600 บาท

4.รุ่น G200C

Saga เป็นแบรนด์ผลิตกีตาร์ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี โดยกีตาร์รุ่น G200C นี้ประกอบขึ้นจากการนำไม้สปรูซแท้แผ่นเดียวมาเป็นส่วนหน้า และส่วนหลังเป็นลามิเนทสปรูซ ข้อดีคือไม้ชนิดนี้จะทำให้เกิดโทนเสียงกลาง และเมื่อความชื้นของไม้สปรูซระเหยออกไปหมด จะส่งผลให้กีตาร์มีเสียงนุ่มนวลขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ส่วนคอยังเป็นไม้มะฮอกกานีที่มีความหนา สามารถที่จะเล่นดนตรีได้ทุกแนวไม่ว่าจะเป็นโฟล์คหรือตีคอร์ด ทั้งยังมีราคาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้ค่ะ

12,000 บาท

5.รุ่น L-T20S-41/EQ

ถึงแม้ว่าแบรนด์ NASHVILLE เป็นแบรนด์ผลิตกีตาร์ที่หลายคนอาจยังไม่คุ้นชื่อ แต่รับรองเลยค่ะว่ากีตาร์โปร่งไฟฟ้าจากแบรนด์นี้มีคุณภาพคุ้มค่ากับราคาอย่างแน่นอน เพราะด้านหน้าของกีตาร์ใช้ไม้ Sitka Spruce ซึ่งเป็นไม้ที่ให้เสียงไพเราะและมีความแข็งแรงสูง และด้านหลังใช้ไม้วอลนัทที่จะช่วยให้เสียงดูเต็มและอบอุ่นมากขึ้น นอกจากนี้กีตาร์รุ่นนี้ยังมีที่พักแขน ซึ่งเป็นวิธีการลดการสัมผัสระหว่างหน้าแขนของผู้เล่นกับหน้าไม้ จึงส่งผลให้ไม้ไม่โดนความชื้นจากผิวหนัง และยังช่วยให้เสียงสั่นสะเทือนได้ดีขึ้นอีกด้วย

5,390 บาท

บทความแนะนำ